การศึกษาวิเคราะห์ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการค้ามนุษย์: ศึกษากรณีการค้ามนุษย์เพื่อการค้าประเวณี

An Analytical Study of the Problems in the Enforcement of Human Trafficking Prevention and Suppression Act: Case study of Human Trafficking for Prostitution

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการบังคับใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้า ประเวณีพ.ศ. 2539 และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการค้าประเวณีรวมถึงการค้าประเวณีที่นำไปสู่การค้ามนุษย์ งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยวิธีวิจัยเอกสารโดยศึกษาจากพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การค้าประเวณีพ.ศ. 2539 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์พ.ศ. 2551 พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 และประมวลกฎหมายอาญา รวมถึงบทความ วารสาร วิทยานิพนธ์ ของประเทศไทยและต่างประเทศ ที่เกี่ยวกับการค้าประเวณีที่เป็นการค้ามนุษย์โดยการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้รวบรวม ข้อมูลให้เป็นระบบซึ่งในส่วนของการวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยผู้วิจัยจะทำการสังเคราะห์และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ โดยวิเคราะห์จากเนื้อหาที่ได้จากการวิจัยเอกสารและการทบทวนวรรณกรรม เพื่อนำมาเป็นแนวทางในการจัดทำข้อเสนอ แนะแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณีพ.ศ. 2539 ต่อไปผลการศึกษาพบว่า (1) การค้ามนุษย์เพื่อค้าประเวณีจะต้องเป็นการบังคับ ขู่เข็ญ เหยื่อให้ค้าประเวณีและ แสวงหาประโยชน์ในทางเพศรูปแบบอื่นๆซึ่งในปัจจุบันมีวิธีการที่หลากหลายสลับซับซ้อน ยากต่อการจับกุม และลงโทษ ผู้ที่กระทำความผิด (2) การนำมนุษย์มาขายเหมือนเป็นสินค้า เป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนและเป็นการ ลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างร้ายแรง(3)การให้ความคุ้มครองเหยื่อจากการค้ามนุษย์มีความสัมพันธ์กับแนวคิด ในการป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณีที่ให้ความคุ้มครองเหยื่อจากการค้าประเวณีซึ่งสาธารณรัฐสวีเดน สาธารณรัฐนอร์เวย์นั้นมีกฎหมายลงโทษผู้ซื้อบริการทางเพศ เพื่อให้ความคุ้มครองเหยื่อ เช่นเดียวกับพระราชบัญญัติ ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์พ.ศ. 2551 ของประเทศไทย ที่มีขึ้นเพื่อคุ้มครองเหยื่อจากการค้าประเวณี ส่วนราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์กลับมองว่าอาชีพค้าประเวณีเป็นอาชีพที่สุจริต แรงงานที่ให้บริการทางเพศ มีสิทธิ ได้รับสวัสดิการของรัฐ และสามารถจัดตั้งสหภาพแรงงานได้ต้องชำระภาษีมีการตรวจสุขภาพ ซึ่งมีความแตกต่างจาก สาธารณรัฐสวีเดน สาธารณรัฐนอร์เวย์และประเทศไทย (4) พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 ไม่มีบทนิยาม มีความล้าหลัง เนื้อหาไม่ครอบคลุม ไม่มีกลไกและสภาพการบังคับใช้กฎหมายกับบทลงโทษ ที่เป็นการยับยั้งไม่ให้มีการกระทำความผิด (5) แก้ไข เพิ่มเติม บทนิยาม ตามมาตรา 4 ของพระราชบัญญัติป้องกันและ ปราบปรามการค้าประเวณีพ.ศ. 2539 และยกเลิกบทบัญญัติในมาตรา 5 ทั้งมาตรา และนำเสนอบทบัญญัติเกี่ยวกับ วิธีการและกระบวนการที่นำไปสู่การค้ามนุษย์กำหนดการกระทำที่เป็นความผิดในทางเพศที่กระทำต่อเหยื่อไม่ว่า จะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และเพิ่มโทษในมาตรา 6,7,8,9,10,11 และมาตรา 12 เพื่อเป็นการป้องปราม ยับยั้ง การกระทำ ความผิด และคุ้มครองเหยื่อซึ่งเป็นผู้เสียหายจากการค้าประเวณีที่เป็นการค้ามนุษย์