มาตรการทางกฎหมายในการกำหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพทนายความและที่ปรึกษากฎหมายมีหน้าที่รายงานการทำธุรกรรมตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542

LEGAL MEASURE OF REQUIRING ATTORNEY-AT-LAW AND LEGAL COUNSEL TO REPORT TRANSACTION INVOLVED UNDER ANTI-MONEY LAUNDERING ACT B.E. 2542

บทคัดย่อ

สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงการรายงานการทำธุรกรรมตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และศึกษาถึงลักษณะของการประกอบวิชาชีพของทนายความและที่ปรึกษากฎหมาย โดยศึกษาจากกฎหมายของประเทศไทยเปรียบเทียบกับมาตรการสากลตามข้อแนะนำของ FATF กฎหมายประเทศสิงคโปร์ สหราชอาณาจักรและประเทศนิวซีแลนด์ ที่มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว เพื่อนำมาแก้ไขเพิ่มเติมผู้มีหน้าที่ในการรายงานการทำธุรกรรมตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 เพื่อให้กฎหมายดังกล่าวมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จากการศึกษาพบว่าในปัจจุบัน การประกอบวิชาชีพของทนายความและที่ปรึกษากฎหมาย มีลักษณะเข้าไปเกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการเงินหรือทรัพย์สินของลูกความ ในการเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจ การให้บริการในการจัดตั้งองค์กรทางธุรกิจ หรือการให้บริการให้คำปรึกษาในการทำนิติกรรมหรือสัญญา เป็นต้น โดยในการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวของผู้ประกอบวิชาชีพทนายความและที่ปรึกษากฎหมายมีการเข้าไปเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินหรือทุนทรัพย์เป็นจำนวนมาก ซึ่งผู้กระทำความผิดที่กำหนดไว้เป็นความผิดมูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 สามารถใช้บริการจากผู้ประกอบวิชาชีพดังกล่าวได้ แต่พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ยังไม่มีมาตรการทางกฎหมายกำหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพทนายความและที่ปรึกษากฎหมายมีหน้าที่ต้องรายงานการทำธุรกรรม ในธุรกรรมบางประเภท ดังเช่นมาตรฐานสากลหรือกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินของประเทศสิงคโปร์ สหราชอาณาจักรและประเทศนิวซีแลนด์ จึงทำให้ผู้ประกอบวิชาชีพทนายความและที่ปรึกษากฎหมายของไทยตกอยู่ในความเสี่ยงที่อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือในการฟอกเงินหรือเข้าไปมีส่วนร่วมในการฟอกเงินได้ ด้วยเหตุที่ผู้เขียนได้กล่าวมาข้างต้น ผู้เขียนขอเสนอแนะว่าควรมีการกำหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพทนายความและที่ปรึกษากฎหมายมีหน้าที่ต้องรายงานการทำธุรกรรมตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 เฉพาะที่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมสำหรับลูกค้า ที่เกี่ยวกับการซื้อและขายอสังหาริมทรัพย์ตลอดจนการได้มาซึ่งประโยชน์ในอสังหาริมทรัพย์ การบริหารจัดการเงิน หลักทรัพย์ หรือทรัพย์สินอื่นของลูกค้า การบริหารจัดการธนาคาร บัญชีออมทรัพย์หรือบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ การจัดรูปแบบของส่วนที่ลงหุ้น เพื่อการจัดตั้ง เพื่อการปฏิบัติการ หรือการบริหารจัดการบริษัท การจัดตั้ง ดำเนินการ หรือบริหารจัดการนิติบุคคล หรือการจัดตั้งหรือการดำเนินการของทรัสต์ หรือการซื้อขายหน่วยงานธุรกิจ หรือ เรื่องอื่น ๆ ที่ทำให้แก่ลูกค้าซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดปกติในการดำเนินธุรกิจตามปกติโดยคำนึงถึงความซับซ้อนของเรื่องดังกล่าว รายละเอียดปลีกย่อยที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว วัตถุประสงค์ทางเศรษฐกิจหรือทางกฎหมายที่ชัดเจนของเรื่องดังกล่าวและสถานะทางธุรกิจและความเสี่ยงของลูกค้า อันจะทำให้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น