แนวคิดชาตินิยมและเสรีนิยมรีพับบลิกันกับพัฒนาการสิทธิของประชาชน ในการกําหนดเจตจํานงของตนเองภายนอก

Development of the external right of people to self-determination between nationalist and republican liberal theory

บทคัดย่อ

หลักการกำหนดเจตจำนงของตนเองภายใต้แนวคิดของกฎหมายระหว่างประเทศ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท กล่าวคือ การกำหนดเจตจำนงของตนเองภายใน และการกำหนดเจตจำนงของตนเองภายนอก การกำหนดเจตจำนงของตนเองภายใน เป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนและรัฐบาลภายในรัฐของตนเอง โดยถือว่ารัฐบาลเป็นตัวแทนของประชาชนต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีสิทธิในกระบวนการตัดสินใจ อันจะนำมาซึ่งความชอบธรรมของการใช้อำนาจรัฐ การกำหนดเจตจำนงของตนเองภายนอก เป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องไปกับกระบวนการของการเกิดรัฐใหม่ หรือการเข้าไปรวมเป็นส่วนหนึ่งกับรัฐอิสระเดิมที่มีอยู่แล้ว พัฒนาการของหลักการกำหนดเจตจำนงของตนเองนั้น มีรากฐานมาจากแนวคิดทางการเมืองและมีวิวัฒนาการเป็นสิทธิทางกฎหมายในเวลาต่อมา หลังจากที่มีการรับรองกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ค.ศ. 1966 ที่ได้รับรองว่าเป็นสิทธิของประชาชนในฐานะที่เป็นผู้มีส่วนได้เสียในการเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองในการตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องหรือกระทบกับสถานภาพความเป็นอยู่ของตน บทความนี้มุ่งหมาย เพื่อแสดงให้เห็นถึงรูปแบบการปรับใช้หลักการกำหนดเจตจำนงของตนเองภายนอก โดยมีกระบวนการนำเจตนารมณ์ของประชาชนมาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการแยกตัวเป็นรัฐอิสระ หรือการปกครองตนเองในรูปแบบเขตการปกครองพิเศษ โดยเปรียบเทียบระหว่างการปรับใช้แนวคิดชาตินิยมและแนวคิดเสรีนิยมรีพับบลิกัน จากการศึกษาพบว่าแนวคิดชาตินิยมนั้นมุ่งเน้นไปที่การสร้างชาติ และมีส่วนในการสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของประชาชนภายใต้ระบบความเป็นรัฐชาติ การกระทำเพื่อปลดปล่อยอาณานิคมของเจ้าอาณานิคม รวมถึงการเรียกร้องเพื่อแยกตัวเป็นรัฐอิสระจากการปกครองของรัฐเดิม ในขณะที่แนวคิดเสรีนิยมรีพับบลิกัน สะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการที่มีความต่อเนื่องในการสนับสนุนให้ประชาชนเป็นศูนย์กลางของการใช้อำนาจที่เท่าเทียมกันและเป็นเจ้าของสิทธิร่วมกัน แนวคิดเสรีนิยมรีพับบลิกันยังเป็นทฤษฎีทางเลือกที่สอดคล้องกับหลักประชาธิปไตย และการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนทั้งการคุ้มครองปัจเจกชน รวมถึงกลุ่มบุคคลในการแสดงความคิดเห็น อันจะนำไปสู่เป้าหมายของการสร้างความเป็นธรรมและความชอบธรรมภายใต้บริบทของกฎหมาย