มาตรการทางกฎหมายในการใช้ดุลพินิจพนักงานอัยการในคดี ที่จะไม่เป็นประโยชน์แก่สาธารณชน: ศึกษาเปรียบเทียบแนวทางอัยการอังกฤษ

The Legal Measure of Prosecutorial Discretion on the Reason of Not Serving the Public Interest: A comparative Analysis of the Legal Practices of the Public Prosecutors in England

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทของอัยการซึ่งมีอำนาจกึ่งตุลาการและเป็นตัวแทนประโยชน์ สาธารณะในการฟ้องคดีหรือไม่ฟ้องคดีอาญาที่จะไม่เป็นประโยชน์แก่สาธารณชน อันเป็นบทบาทในการอำนวยความ ยุติธรรมและบริหารกระบวนการยุติธรรม ตลอดจนปัญหาทางกฎหมายในการใช้ดุลพินิจในคดีอาญาที่จะไม่เป็นประโยชน์ แก่สาธารณชนของพนักงานอัยการในประเทศไทย โดยได้ศึกษาวิเคราะห์เปรียบเทียบแนวทางการใช้ดุลพินิจฟ้องคดี อาญาโดยคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะของอัยการอังกฤษ เพื่อนำไปสู่การเสนอแนะแนวทางในการแก้ไขกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้พนักงานอัยการในประเทศไทยมีคู่มือหรือแนวทางพิจารณาเกี่ยวกับปัจจัยประโยชน์แก่สาธารณชน ผู้เขียนใช้วิธีการศึกษาเชิงคุณภาพ และใช้วิธีวิจัยเอกสารเป็นหลักโดยได้ศึกษาประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา พระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. 2553 มาตรา 21 วรรคสอง ตลอดจนระเบียบ สำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการสั่งคดีอาญาที่จะไม่เป็นประโยชน์แก่สาธารณชน หรือจะมีผลกระทบต่อความปลอดภัย หรือความมั่นคงของชาติหรือต่อผลประโยชน์อันสำคัญของประเทศ หนังสือกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งภาษาไทยและภาษา ต่างประเทศตลอดจนสอบถามความคิดเห็นของพนักงานอัยการไทยควบคู่กับการศึกษาความเห็นและคำสั่งของพนักงาน อัยการเปรียบเทียบกับกฎหมายของประเทศอังกฤษและแนวทางในการใช้ดุลพินิจของอัยการอังกฤษในการดำเนินคดีอาญา ที่เรียกว่า “The Code for Crown Prosecutors”ผลการวิจัยพบว่า (1) ไม่มีกฎหมายกำหนดให้พนักงานอัยการไทยต้องคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะก่อนการฟ้องคดี (2) พนักงานอัยการไทยใช้ดุลพินิจในการสั่งฟ้องคดีอาญาโดยพิจารณาจากพยานหลักฐานในสำนวนการสอบสวนของ พนักงานสอบสวนเป็นหลัก มักจะฟ้องคดีอาญาโดยมักไม่ได้คำนึงถึงประโยชน์สาธารณะหรือต้นทุนในการดำเนินคดีอาญา (3)การเสนอคดีไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนตามลำดับชั้นต่ออัยการสูงสุด ทำให้คดีล่าช้าและมีหลายขั้นตอน (4) ไม่มี คู่มือหรือแนวทางการใช้ดุลพินิจหรือตัวอย่างคดีในการพิจารณาเกี่ยวกับปัจจัยประโยชน์สาธารณะ (5) การไม่มีอำนาจ สอบสวนและไม่มีมาตรการทางเลือกแทนการฟ้องคดีอาญาเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการใช้ดุลพินิจสั่งไม่ฟ้องคดีที่ไม่เป็น ประโยชน์ต่อสาธารณชน ดังนั้นผู้เขียนจึงเสนอ (1) แก้ไขประมวลกฎหมายวิธิพิจารณาความอาญาให้พนักงานอัยการ ต้องคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะ (2) แก้ไขพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. 2553 มาตรา 21 วรรคสอง ให้อัยการสูงสุดมอบหมายอำนาจให้พนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้องคดีได้และรายงานการสั่งคดีต่ออัยการสูงสุด เพื่อตรวจสอบการใช้ดุลพินิจ(3) มีคู่มือหรือแนวทางการใช้ดุลพินิจสั่งคดีไม่เป็นประโยชน์แก่สาธารณชนโดยเฉพาะสำหรับ พนักงานอัยการ